Home บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อ โอนหนี้ ประกันภัยรถยนต์ Contact Us
       ประกันภัยรถยนต์
  สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้2
 ผู้เข้าชมในวันนี้6
 ผู้เข้าชมทั้งหมด18,191
ข้อแนะนำการใช้บัตร

 เครดิตส่วนบุคคล คืออะไร? 

เครดิตส่วนบุคคล เป็นสิ่งที่ทางสถาบันการเงินได้พัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายของคุณ โดยที่ไม่ต้องมีหลักประกัน ทั้งนี้วงเงินของคุณจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการผ่อนชำระซึ่งทางธนาคารจะเป็นผู้วิเคราะห์ โดยจะพิจารณาจากเงินเดือน อาชีพการงาน และประวัติเครดิตของคุณเป็นหลัก

เครดิตส่วนบุคคลที่สถาบันการเงินได้พัฒนาขึ้น มี 3 ประเภทหลัก คือ
 บัตรเครดิต ซึ่งอำนวยความสะดวกในการซื้อ โดยที่คุณไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก
 วงเงินสดสำรอง หรือวงเงินส่วนตัวที่คุณสามารถจะเบิกใช้ได้เมื่อต้องการ (คล้ายๆกับO/D ซึ่งธนาคารฯจะออกเป็นบัตรATM ให้สามารถเบิกถอนเงินสดได้จากตู้ ATM ทั้งในและต่างประเทศ)
 สินเชื่อบุคคล หรือการกู้เงินก้อนที่ต้องผ่อนชำระคืนเป็นงวด

จุดเด่นของเครดิตส่วนบุคคล 
• ช่วยให้คุณใช้จ่ายได้แม้ไม่มีเงินสดอยู่ในมือ
• วงเงินของคุณขึ้นอยู่กับความสามารถในการจ่ายคืนของคุณ
• ไม่ต้องใช้หลักประกัน

1.บัตรเครดิต:
บัตรเครดิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่อำนวยความสะดวกในการซื้อ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องพกเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมาก ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดรายได้ของผู้ที่มีสิทธิถือบัตรเครดิตว่าจะต้องไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน และมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี
ข้อดีของการมีบัตรเครดิตที่เห็นเด่นชัดก็คือ
- ระยะปลอดดอกเบี้ยประมาณ 45-55 วันนับตั้งแต่วันใช้จ่ายจนถึงวันครบกำหนดชำระจริง
- สามารถผ่อนชำระสินค้า/บริการที่รับบัตรเครดิต ได้ โดยจะคิดดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนดไว้
- ได้รับบริการพิเศษเพิ่มเติม (บางบัตรเท่านั้น) เช่น สะสมแต้มรับรางวัล/ไมล์เดินทาง รับส่วนลดจากร้านค้า เบิกเงินสดฉุกเฉิน ฯลฯ

2.วงเงินสดสำรอง :
คือ วงเงินเบิกเกินบัญชีที่ทางธนาคารอนุมัติให้กับคุณ(O/D) เช่น Ready Credit ของ Citibank หรือ วงเงินพิเศษส่วนบุคคลของ Standard Chartered Nakornthon Bank ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้แตกต่างจากบัตรเครดิตตรงที่เน้นการเบิกเงินสดในการใช้จ่าย ซึ่งสามารถเบิกได้จากเครื่องเอทีเอ็ม ทั่วประเทศหรือโดยใช้เช็คที่มีมาให้ วงเงินสดหมุนเวียนมีประโยชน์มากในกรณีที่คุณมีความจำเป็นที่ต้องใช้จ่ายเป็นเงินสดเพียงอย่างเดียวในขณะนั้นคุณไม่มีเงินสำรองไว้เพียงพอ
ข้อดีของวงเงินสดสำรอง คือ ทุกครั้งที่เบิกถอนเงินสดไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการเบิกถอน

3.สินเชื่อบุคคล:
คือ เงินกู้เอนกประสงค์ ที่ไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน ซึ่งทางธนาคารจะอนุมัติวงเงินมากกว่าบัตรเครดิตและวงเงินสำรอง ซึ่งจะโอนเงินสดเข้าบัญชีของคุณเป็นเงินก้อนทั้งจำนวน ข้อดีของสินเชื่อบุคคล คือ เมื่อคุณมีความต้องการเร่งด่วนที่จะต้องใช้เงินก้อนใหญ่เช่น เพื่อการแต่งงาน การคลอดบุตร การศึกษาต่อต่างประเทศ ฯลฯ ในการขอสินเชื่อประเภทนี้คุณสามารถระบุวงเงินที่คุณต้องการรวมทั้งระยะเวลาในการผ่อนชำระคืนที่เท่ากันทุกเดือนซึ่งก็ถือเป็นการวางแผนทางการเงินให้กับตัวคุณเอง

 
สิ่งที่ควรพิจารณาในการสมัครบัตรเครดิตเรียงตามลำดับความสำคัญคือ  

1. ค่าธรรมเนียมแรกเข้า และ/หรือ ค่าบริการรายปี คุณสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ เมื่อสมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิตที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าบริการรายปี หรือคิดในมูลค่าที่ถูกกว่าสถาบันอื่น ซึ่งมีบางธนาคารที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมตลอดชีพ เช่นบัตรเครดิตกรุงไทย , บัตรเครดิตกรุงศรีอยุธยา , บัตรเครดิตยูโอบี รัตนสิน เป็นต้น

2. สิทธิพิเศษและส่วนลด คุณควรสมัครบัตรเครดิตที่มอบส่วนลดในร้านค้า ที่คุณมีโอกาสไปใช้บริการบ่อยๆ สิทธิพิเศษที่สถาบันแต่แห่งให้กับลูกค้า ถือว่าเป็นส่วนสำคัญเช่นกัน เช่น บัตรเครดิตCashBack Citibank ได้รับเงินคืนทุกครั้งที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ , บัตรเครดิต HSBC ใช้จ่ายผ่านบัตรแล้วสะสมแต้มเพื่อแลกบินฟรีกับสายการบิน,บัตรเครดิต UOB Lady Mastercard เป็นบัตรที่มอบส่วนลดและสิทธิพิเศษสำหรับผุ้หญิงโดยเฉพาะ หรือหากคุณเป็นผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ คุณอาจจะมองไปที่บริการพิเศษต่างๆเช่น แต้มและไมล์สะสม การคุ้มครองอุบัติเหตุจากการเดินทาง การรับประกันสินค้าหลังการซื้อ หรือสิทธิคุ้มครองในกรณีฉุกเฉิน เป็นต้น 

3. โปรโมชั่น ปัจจุบันธนาคารแต่ละแห่งจะมีโปรโมชั่นเพื่อเป็นการส่งเสริมการขาย ให้สำหรับลูกค้าใหม่ของธนาคารอยู่เป็นประจำ ท่านควรจะพิจารณาว่าธนาคารแห่งใดให้โปรโมชั่นที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับคุณมากที่สุด และที่สำคัญ อย่าลืมดูเงื่อนไขของโปรโมชั่นนั้นๆ ด้วย

4. อัตราดอกเบี้ย คุณอาจจะสงสัยว่าทำไมอัตราดอกเบี้ย จึงมีความสำคัญเป็นอันดับสุดท้ายในการพิจารณาสมัครบัตรเครดิต คำตอบก็คือหากคุณชำระเงินเป็นจำนวนเต็มทุกเดือน คุณก็จะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย และในปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยได้เข้ามากำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ธนาคารแต่ละแห่งจะคิดกับลูกค้าบัตรเครดิต ต้องไม่เกิน 18% ต่อปี ซึ่งทำให้อัตราดอกเบี้ยของธนาคารแต่ละแห่งไม่แตกต่างกันมากนัก จะอยู่ที่ประมาณ 17.25%-18% ต่อปี
 
 สำหรับการใช้บัตรเครดิตที่เหมาะสมนั้น คุณควรจะต้อง

1.วางแผนการใช้จ่ายของคุณ
มีหลายต่อหลายคนที่ใช้บัตรเครดิต โดยไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้าทำให้เกิดภาระหนี้สินที่สูงและรวดเร็วโดยไม่รู้ตัวจนยากที่จะผ่อนชำระยอดเงินได้ เพราะฉะนั้นเราจึงขอแนะนำวิธีการบริหารการใช้บัตรเครดิตง่ายๆ ให้กับคุณ คือ
 คุณควรใช้บัตรเครดิตให้น้อยกว่าเงินที่คุณได้มาในแต่ละเดือน
 ชำระยอดค้างจ่ายให้เต็มจำนวนและตรงเวลาทุกเดือนเพื่อใช้ประโยชน์จากระยะปลอดดอกเบี้ยนาน 45-55 วัน
 เก็บวงเงินบัตรของคุณไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น การเดินทางโดยด่วน หรือในกรณีพิเศษอื่น ๆ ซึ่งถ้าคุณเป็นลูกค้าที่ดี สถาบันการเงินจะยินดีขยายวงเงินให้เพียงแค่คุณยกหูโทรศัพท์ไปเท่านั้น 

2. ใช้บริการเบิกเงินสดล่วงหน้าในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น
ในกรณีของวงเงินสดสำรอง ก็เช่นกันคุณต้องมีการวางแผนล่วงหน้า คุณควรใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้นเพราะมีอัตราดอกเบี้ยสูง โดยคิดนับตั้งแต่วันแรกที่คุณเบิกใช้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณควรจะจ่ายคืนวงเงินนี้ให้เร็วที่สุดเพื่อลดภาระอัตราดอกเบี้ย 

3. สินเชื่อบุคคล
คุณควรใช้วงเงินสินเชื่อในกรณีที่คุณต้องการเงินก้อนเพื่อไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น หรือสิ่งที่นับว่าเป็นการลงทุนให้กับครอบครัวของคุณตามที่ได้กล่าวไปแล้ว สิ่งที่สำคัญคือ คุณควรจะพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระของคุณ

Copyright © 2008 www.bestcreditcenter.net 
www.makewebeasy.com